ประวัติศาสตร์ของเขตโอะตะ

ด้วยทำเลที่หันหน้าสู่ทะเลและแม่น้ำบริเวณปลายสุดของที่ราบสูงมุซะชิโนะ ทำให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างผาสุกมาแต่ครั้งโบราณ ทั้งยังเป็นเส้นทางสัญจรที่สำคัญ ภายในเขตโอะตะจึงมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์อยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสุสานหอยโอะโมะริ สุสานทะมะกะวะได และเจดีย์หลังคาห้าชั้นของวัดอิเคะกะมิ ฮอนมง-จิ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมมากมายที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน เช่น ระบำมิสุ โดเมะ โนะ ไม (Mizu-dome no Mai) และระบำเนะงิ โนะ ไม (Negi no Mai) เป็นต้น

ในสมัยเอะโดะ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลตามหมู่บ้านชาวนาและชาวประมงมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะย่านโอะโมะริ โคะจิยะ และฮะเนะดะที่อยู่ติดทะเล (จนถึงปีโชวะที่ 38/ค.ศ. 1963) และเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายโทะไคโดะ จึงพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและม้าที่เดินทางผ่านไปมา ตั้งแต่สมัยไทโชะเป็นต้นมา ได้มีการขยายตัวของโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก และในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำก็กลับกลายเป็นย่านการค้าและอุตสาหกรรม เต็มไปด้วยอันบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและโรงงานต่างๆ เขตโอะตะได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของนิคมอุตสาหกรรมเคะอิฮิน ส่วนบริเวณพื้นที่ราบสูงนั้นได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งที่พักอาศัยภายหลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภูมิภาคคันโต โดยเฉพาะย่านเด็นเอ็น โชะฟุ (Denen Chofu) ยุกิกะยะ (Yukigaya) และ ฮิสะกะฮะระ (Hisagahara) ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยที่มีพื้นที่สีเขียวอยู่ค่อนข้างมาก สำหรับบริเวณชายฝั่งทะเลนั้นได้รับการถมพื้นที่ และพัฒนาให้เป็นสถานที่กระจายและขนส่งสินค้า เช่น สนามบิน ท่ารถบรรทุก จุดขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ และตลาด รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่ใช้สอยสำหรับชาวเมือง เช่น สวนสาธารณะยะโจ เป็นต้น